คณาจารย์บริหารธุรกิจยุคดิจิทัลจัดอบรมทำน้ำหมักชีวภาพจากของเหลือเรือประมง ณ บ้านแหลม ท่าศาลา

คณาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจและการเงินยุคดิจิทัล นำโดยอาจารย์สุชาติ ฉันสำราญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นลินี ทินนาม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรเพ็ญ ทิพยนา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ถ่ายทอดความรู้การทำน้ำหมักชีวภาพจากทรัพยากรเหลือทิ้งจากเรือประมงหางยาว ภายใต้โครงการการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรเหลือทิ้งจากอาชีพประมงเรือหางยาว ชุมชนบ้านแหลม เมื่อวันที่   24 สิงหาคม 2567  ณ บ้านแหลมโฮมสเตย์  อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช  โดยมี คุณทวี ขาวเรือง ประธานวิสาหกิจชุมชนสวนบุญประสิทธิ์เกษตรเพื่อสุขภาพ ต.ท่าซอม อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการปลูกผักแบบออร์แกนิก การผลิตดินปลูกผักและการทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ภายในสวนผักของตนเองและสมาชิก รวมถึงจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์ ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ชาวชุมชนบ้านแหลม

การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ได้บรรยายให้ชาวชุมชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรที่ชาวประมงบ้านแหลมได้ทิ้งไป เช่น ปลา ปู หรือสัตว์ทะเลอื่น ๆ  ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เนื่องจากทรัพยากรดังกล่าวเป็นสิ่งมีค่าและหายากในพื้นทื่อื่น ๆ หากสามารถนำมาเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชาวประมงได้ นอกจากนี้ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการบรรจุผลิตภัณฑ์ ตราสินค้าของขุมชน การกำหนดราคาขาย ช่องทางการจำหน่าย การคำนวณกำไรขาดทุน และสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพโดยใช้วัตถุดิบที่ได้จัดเตรียมไว้

จากการที่คณาจารย์ วิทยากรและผู้เข้าอบรมร่วมกันคำนวณมูลค่าการผลิตน้ำหมักชีวภาพพบว่า การผลิตน้ำหมักชีวภาพโดยใช้วัตถุดิบคือ เศษทรัพยากรเหลือทิ้ง จำนวน 10 กิโลกรัม สัปปะรด 10 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม รำข้าว 3 กิโลกรัม หลังจากผ่านการหมักไว้ 4 เดือน เมื่อนำมาบรรจุขวดจะได้หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพ 10 ลิตร สามารถจำหน่ายได้ในราคาลิตรละ 600 บาท รวมเป็นเงินรายได้ประมาณ 6,000 บาท หรือจะเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้นโดยการนำหัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพไปขยายต่อด้วยน้ำมะพร้าวในอัตรา 1 : 30 จะได้น้ำหมักชีวภาพรวม 310 ลิตร จำหน่ายราคาลิตรละ 139 บาท จะสร้างรายได้ประมาณ 43,090 บาท  จากต้นทุนการผลิตเฉพาะวัตถุดิบไม่เกิน 500 บาท

น้ำหมักชีวภาพที่ได้นำมาบรรจุขวดขนาด 1 ลิตร  ติดฉลากตราสินค้าของชุมชน นำไปจำหน่ายได้ทั้งช่องทางออนไลน์และตามร้านขายต้นไม้ ร้านเกษตรภัณฑ์ รวมถึงร้านค้าในชุมชนเอง  นอกจากนี้ยังชาวประมงชุมชนบ้านแหลมสามารถสร้างแปลงสาธิตการปลูกผักปลอดสารพิษโดยใช้น้ำหมักชีวภาพ  สร้างร้านจำหน่ายผักสดจากแปลงสาธิตและทำศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนด้านการทำน้ำหมักชีวภาพและการปลูกผักปลอดสารพิษได้ในอนาคต

จากประสบการณ์ของวิทยากรที่ปัจจุบันผลิตน้ำหมักชีวภาพและจัดจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์ พบว่าขายดีมากจนผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า มีความเห็นว่าน้ำหม้กชีวภาพของชุมชนบ้านแหลมจะสามารถจัดจำหน่ายและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ชาวประมงอย่างแน่นอน

การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้นอกจากมีชาวชุมชนบ้านแหลมเข้าร่วมอบรมแล้ว ยังมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 จากโรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษาที่ได้มาท่องเที่ยวในชุมชนจำนวน 6 คนได้เห็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ จึงเกิดความสนใจ ได้เข้าร่วมฟังและชมการสาธิตการผลิตน้ำหมักชีวภาพด้วย โดยกลุ่มนักเรียนเห็นว่ามีประโยชน์อย่างมาก ในชุมชนที่บ้านของตนเองสามารถหาวัตถุดิบที่ใช้ทำน้ำหมักได้และจะกลับไปทดลองทำน้ำหมักชีวภาพด้วยตนเองที่บ้าน

โครงการนี้เกิดจากการที่ก่อนหน้านี้คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจและการเงินยุคดิจิทัลได้ลงพื้นที่และทราบถึงปัญหาของชุมชน โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากรเหลือทิ้งจากเรือประมงหางยาว ที่กำลังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในชุมชนและการท่องเที่ยวของชุมชน ชาวบ้านในชุมชนได้ปรึกษาหารือกับคณาจารย์และเห็นว่าการนำของเหลือทิ้งจากเรือประมงหางยาวมาทำการแปรรูปเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม หรือแปรรูปให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์จากชุมชน เพื่อเป็นการสร้างรายได้และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมขนอย่างยั่งยืน

โครงการการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรเหลือทิ้งจากอาชีพประมงเรือหางยาวชุมชนบ้านแหลมเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 4  Quality Education การศึกษาที่เท่าเทียม    ตามเป้าประสงค์ที่ 4.3  การเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตัวชี้วัดที่ 4.3.4 การจัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษานอกมหาวิทยาลัย